ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 บูรณาการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

S__14532652
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 บูรณาการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

เปิดโครงการ “ส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 บูรณาการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2561 ที่ห้องประชุมโรงแรมแคนทารี่ฮิลล์เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เป็นประธานเปิดโครงการ “ส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561”

นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เป็นผู้กล่าวรายงานว่า ด้วยปัจจุบันประชาชนเกิดการตื่นตัวที่ได้รับรู้ว่ามีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ซึ่งสามารถปลดเปลื้องทุกข์อันเกิดจากการปฏิบัติงานนอกระบบระเบียบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นเพียงผู้บังคับใช้กฎหมาย หากแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีความยำเกรงต่อกฎหมายหรือผู้บังคับบัญชามิได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง การทุจริตและประพฤติมิชอบย่อมมีผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของแผ่นดิน ในการนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้เล็งเห็นว่าการที่ศาลจะดำเนินการไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงแบบสิ้นสงสัยอย่างรวดเร็วอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิ เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. อัยการ ตำรวจ ทนายความ โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยงานฝ่ายบริหารในส่วนภูมิภาคอันได้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนภูมิภาคอันเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลและบังคับบัญชาให้มีการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ก่อเกิดความสงบเรียบร้อยและเป็นธรรมในสังคม และมีหน้าที่สำคัญในการนำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลหรือคำสั่งด้านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์

“การจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 กับผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในเขตศาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานราชการในส่วนภูมิภาค และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในเขตศาล ได้ร่วมกันบูรณาการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ตลอดจนร่วมเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจและนโยบายของรัฐด้านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 โดยการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และปฏิบัติตามคำสั่งศาลตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 23 ได้อย่างรวดเร็ว ตรงประเด็น บรรลุผลตามเจตนารมณ์ในการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 กล่างอีกว่า ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 35 คน 9 หน่วยงาน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตอำนาจ 8 จังหวัด, สำนักงานอัยการภาค 5, สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5, ตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจภูธรจังหวัดในเขตอำนาจ 8 จังหวัด, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภาค 5, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดในเขตศาล, ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และมีผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน 4 ท่าน นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 กล่าว.S__14532895

S__14532900 S__14532899 S__14532898 S__14532897 S__14532896