เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อำเภอแม่แจ่ม ร้องขอช่วยเหลือราคาข้าวโพดและหยุดนำเข้า ผวจ.รับปากช่วยเต็มที่ตามขั้นตอน

เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อำเภอแม่แจ่มร้องขอรัฐบาลผ่าน ผวจ.เชียงใหม่ ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ ( 1 พ.ย.2562 ) เวลาประมาณ 11.30 น.เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยการนำของ นายอุทัย  บุญเทียม ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอแม่แจ่ม พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอแม่แจ่มประมาณ 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อให้กับรัฐบาล เพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจากราคาข้าวโพดตกต่ำโดยในหนังสือขอความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอแม่แจ่ม ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดฯ โดยมีเงื่อนไขได้แก่

หยุดการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศก่อนหรือในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ , รับซื้อข้าวโพด โดยไม่จำกัดพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ โดยใช้สมุดคู่มือเกษตรกร เป็นเกณฑ์ในการรับซื้อ , หาตลาดรองรับในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดและรับซื้อในราคาสูงกว่าต้นทุน , ชดเชยปัจจัยต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ไร่ละ500บาท ไม่เกิน20ไร่ ต่อราย , ประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ซึ่งทางอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด 7,842 ราย พื้นที่ 102,000 ไร่   แต่สถานการณ์ปัจจุบัน ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพ่อค้าคนกลางมีราคาเพียง กิโลกรัมละ 4 บาท 90 สตางค์ เท่านั้น  ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการที่ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคามาโยตลอด  ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ทางท่านผู้ว่าฯ จะเดินทางกลับจากราชการมาที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 15.00 น.จากนั้นเวลาประมาณ 15.00 น. ทางผู้เข้าร่วมชุมนุมได้เข้าพบนายเจริญฤทธิ์  สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และได้พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น  โดยมี ผวจ.เป็นประธาน ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรมและพี่น้องเกษตรกร อ.แม่แจ่ม สามารถได้ข้อสรุปในที่ประชุม ดังนี้ ผวจ.ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายได้แก่ ผู้แทนเกษตรกร , ภาคผู้ประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ เพื่อไปกลั่นกรองพิจารณาให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อส่งต่อให้ ครม.อนุมัติช่วยเหลือตามนโยบายของรัฐ ได้แก่ 1.ช่วยเหลือปัจจัยต้นทุนการผลิตไร่ละ 500 ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน โดยใช้สมุดคู่มือเกษตรกรเป็นหลัก 2.ผวจ.เชียงใหม่ สั่งการให้ กอ.รมน.และพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและหยุดการนำเข้าระหว่างที่ผลผลิตของประเทศออกสู่ตลาดโดยเด็ดขาดในห้วงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62  ถึงวันที่ 28 ก.พ. 63  หลังจากที่ได้ข้อสรุปจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ลงตัวแล้ว ผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างพอใจและได้แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา