ร้อยเรื่องร้อยชีวิต

อ.สมบูรณ์ บุญโรจน์ เพื่อนจรัล มโนเพชร ครูเพลงศิลปินล้านนาชื่อดังป่วยโรคไต

ครูเพลงศิลปินล้านนาชื่อดัง ล้มป่วยด้วยโรคไต ภรรยาและลูกชายเปิดร้านอาหาร เมนูเด็ด “หนังความจี่” หารายได้นำเงินช่วยรักษาอีกแรง ค่าใช้จ่ายเข้าผ่าตัดไปแล้วกว่า 30,000 บาท ค่ายาต่อวัน ตกวันละ 200 บาท ครูเพลงย้ำรักษาไปจนตาย เตือนยาสมุนไพรสรรพคุณดี แต่ขอให้รักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันไปด้วย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า อาจารย์สมบูรณ์ บุญโรจน์ หรือครูเพลงศิลปินล้านนาชื่อดังของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศิลปินเพื่อนรุ่นเดียวกันกับ จรัล มโนเพชร และอาจารย์บุญศรี รัตนัง ศิลปินล้านนาเชียงใหม่อีกคนที่มีชื่อเสียงในด้านสังคมเพลงคำเมืองเหนือ ที่โด่งดังมาพร้อมๆกันในอดีต หลังจากผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านอาจารย์สมบูรณ์ บุญโรจน์ อายุ 59 ปี อยู่เลขที่ 73/2 หมู่ 1 บ้านตองกาย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบอาจารย์สมบูรณ์ เดินด้วยไม้เท้าค้ำยัน 4 ขา มาต้อนรับ และได้เล่าให้ฟังว่า การเจ็บป่วยที่มากับโรควัยชราหนีไม่พ้นกันทุกคน ครั้งแรกตนป่วยเป็นโรคเบาหวานก่อน เมื่อ พ.ศ.2546 […]

3 ก.ย. รำลึกการจากไปของ ตำนานราชาโฟล์คซองคำเมือง “จรัล มโนเพ็ชร”

3 ก.ย. รำลึกการจากไปของ ตำนานราชาโฟล์คซองคำเมือง “จรัล มโนเพ็ชร” ..งานรำลึกนึกถึง จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินล้านนา ราชาโฟล์คซอง คำเมือง  ณ Think Park สี่แยกรินคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 3 กันยายน 2559 พบกับกิจกรรมมากมายจากศิลปินล้านนา ขอบคุณภาพจาก คุณมานิตย์ อัชวงศ์ อดีตผู้จัดการส่วนตัวของ จรัล มโนเพชร

สิ้นศิลปินเอกคนเหนือ 3 ท่าน วันที่เดียวกัน

จรัล มโนเพชร วัย 46 ปี คนประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่  นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง และนักแสดง รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. 2537 ในฐานะ “บุคคลดีเด่นทางด้านการใช้ภาษา”และอีกหลายรางวัล (เสียชีวิต 3 กันยายน พ.ศ. 2544) พ่อหนานดำรงค์ ชัยเพชร วัย 80 ปี คนบ้านท่อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เชี่ยวชาญในการประดิษฐ์กลองพื้นเมือง รางวัลบุคลากรดีเด่น สาขาการแสดง พ.ศ.2538 จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ และรางวัล เพชรราชภัฎ – เพชรล้านนา ประจำปี 2551(เสียชีวิต 3 กันยายน พ.ศ. 2555) ถวัลย์ ดัชนี วัย 75 ปี ชาวเชียงราย ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) […]

วันทหารผ่านศึก (ประเทศไทย)

วันทหารผ่านศึก ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่รัฐบาลได้จัดตั้ง “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” ขึ้นเพื่อให้เป็นหน่วยงานถาวร ทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่ “ทหารผ่านศึก” และครอบครัวทหารผ่านศึกโดยตรง โดยมีการร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาจึงถือว่าวันนี้เป็นวันทหารผ่านศึกตลอดมา วันนี้ของทุกปี องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของชาติ จะร่วมกันจัดพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นการแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้า และยังมีพิธีสวนสนามที่ลานอเนกประสงค์ กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ด้วย ขอบคุณภาพจาก pitloknews.com อ้างอิงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี cmsky news เชียงใหม่

“ลุงเปียง”วีรบุรุษผู้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด

  เป็นการเล่าต่อๆกันมาว่า พม่ายกกองทัพมาประชิดเมืองเชียงใหม่ เพื่อต้องการยึดเมืองเชียงใหม่ ได้ท้าพนันดำน้ำแข่งกันระหว่างไทยกับพม่า ด้วยพม่าเชื่อว่า คนเชียงใหม่ไม่มีใครดำน้ำเก่ง  โดยมีเมืองเชียงใหม่เป็นเดิมพัน ใครขึ้นจากน้ำแม่ปิงก่อนเป็นฝ่ายแพ้  หากไทยแพ้ พม่าจะยึดเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองขึ้น  หากไทยชนะ  พม่าจะยกทัพกลับ  พม่าให้ไทยประกาศหาชายชาวเชียงใหม่ ที่ดำน้ำทนดำน้ำเก่งมาแข่งกับพม่า โดยให้เวลาหาผู้กล้าที่ดำน้ำทนดำน้ำอึดภายใน  3  วัน เจ้าหลวงเวียงพิงค์ได้ป่าวประกาศหาคนเก่งมาแข่งดำน้ำ ที่แม่น้ำปิงกับพม่า เมื่อครบ 3 วันก็ยังไม่มีใครอาสามา ในที่สุดเจ้าเมืองเวียงพิงค์ก็ปลงตก เห็นทีต้องยกเมืองเชียงใหม่ให้พม่า   พอดีประกาศมาถึงห้างนาของ “ลุงเปียง” ซึ่งอยู่ตามลำพัง แกคิดว่า อยู่ไปวันๆก็รอวันตายเท่านั้น จึงคิดตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน จึงรับอาสาประลองดำน้ำครั้งนี้ ทั้งๆที่แกดำน้ำไม่เก่งเลย เมื่อวันแข่งขันมาถึง มีทั้งเจ้าหลวงพม่าและไทยเป็นสักขีพยาน ประชาชนคนเมืองมาชมกันมากมาย   ที่เดิมพันด้วยเมืองเชียงใหม่ มีการตอกเสาในน้ำแม่ปิง 2 เสา ให้ผู้แข่งขันทั้งสองดำน้ำลงไปกอดเสาไว้คนละต้น ใครขึ้นมาก่อนเป็นผู้แพ้  “ปู่เปียง” ได้นำผ้าขะม้าลงไปด้วย  แกได้เอาผ้าขะม้ามัดตัวติดกับเสาไว้  ทำให้อยู่ในน้ำได้นานกว่าพม่า พม่าโผล่ขึ้นมาก่อนเป็นฝ่ายแพ้  ได้ยกทัพกลับตามสัญญา เจ้าหลวงเวียงพิงค์รอ “ปู่เปียง”ขึ้นจากน้ำ จนเวลาผ่านไป 1 วัน จึงให้คนดำน้ำลงไปค้นหา ปรากฏว่า “ปู่เปียง” ได้เสียชีวิตแล้ว  โดยแกเอาผ้าขะม้าผูกตัวติดกับเสาไว้ เจ้าผู้ครองนครเวียงพิงค์หรือเชียงใหม่ในปัจจุบัน จึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นบริเวณที่แข่งดำน้ำนั้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ “ลุงเปียง”  ชื่อว่า “เจดีย์กิ่ว” หรือ “เจดีย์ขาว” “เจดีย์กิ่ว” “เจดีย์กิ่ว” มีเรื่องเล่าต่ออีกว่า  บริเวณฝั่งแม่น้ำปิงตรง “เจดีย์กิ่ว” น้ำปิงกัดเซาะเข้าจนเป็นคอคอด ซึ่งภาษาพื้นเมืองเรียกว่า “กิ่ว” ตรงนี้เป็นจุดที่มีน้ำวน  น้ำเชี่ยวและลึกมาก สามารถดูดซุงต้นใหญ่ๆหายไปได้ และมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณนี้ทุกปี  ใต้ฐานเจดีย์กิ่ว  มีอุโมงค์ทอดยาวไปโผล่ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร บ้างว่าอุโมงค์นี้ทะลุไปถึงถ้ำเชียงดาว จริงเท็จเพียงใด  ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้จนบัดนี้. ..ขอบคุณข้อมูล-ภาพ ประกอบการเขียนจากแหล่งผู้รู้ทุกท่าน… ทีมงาน CMSKY NEWS